ภูมิศาสตร์

หินและแร่ ตามภูมิศาสตร์

Posted on

   เปลือกโลกนั้นประกอบด้วยชั้นหินต่างๆ หินส่วนใหญ่อายุประมาณหลายล้านปีมาแล้ว ซึ่งหินนั้นมีการเกิดใหม่อยู่ตลอดเวลาหินมี 3 ชนิดคือ หินชั้น หินแปร หินอัคนี หินพวกนี้คือหินเก่าบนพื้นโลกที่ถูกทดแทนจากการผุสลายตัวกลายเป็นตะกอนก็จะถูกเปลี่ยนเป็นชนิดใหม่ หินจึงเกิดการทดแทนอยู่เสมอหินชั้นเกิดใหม่อาจถูกฝังอยู่นานนับล้านปี ซึ่งในระหว่างนี้อาจถูกกดทับจนกลายเป็นหินแปร และถูกอบด้วยความร้อน จนหลอมละลายเมื่อเย็นตัวลงจะก่อเกิดเป็นหินอัคนีใหม่ วันใดวันหนึ่งเมื่อเปลือกโลกเคลื่อนตัวจะดันหินพวกนี้ขึ้นมาอยู่ที่พื้นโลกอีกครั้ง จากนั้นกระบวนการดังกล่าวจะถูกทดแทนอีกครั้ง

หินชั้น เกิดการกรวด ทราย ซากพืชและสัตว์ขนาดเล็กซึ่งจะถูกพัดพาจากแผ่นดินลงสู่ก้นทะเลและเกิดเป็นชั้น โดยตะกอนข้างล่างที่อยู่ลึกลงไปจะถูกกดทับให้แน่นขึ้นและค่อยๆกลายเป็นหินแข็ง ส่วน หินแปร คือหินชนิดต่างๆที่ถูกแปรจากสภาพต่างๆทั้งการกดทับและความร้อนซึ่งอาจถูกอบด้วยความร้อนจากหินหนืดหรือลาวาใต้ภูเขาไฟ  และหินอัคนี เกิดจากหินหนืดที่อยู่ใต้โลกเย็นตัวลงและก่อตัวเป็นหินใหม่ถ้ายังคงอยู่ในบริเวณปล่องภูเขาไฟจะถูกเรียกว่าหินอัคนีแทรกซ้อน และถ้าหินหนืดถูกพ่นออกมาจากภูเขาไฟจะถูกเรียกว่า หินอัคนีพุ

หินประกอบด้วยแร่บางชนิดที่มีค่า เรียกว่าแร่บริสุทธิ์ ซึ่งแตกต่างจากหินทั่วไปที่มีแร่ 2 ชนิด แร่ที่บริสุทธิ์จะมีค่ามากและพบได้ในหินหลายชนิด ส่วนใหญ่แร่ขุมทรัพย์เหล่านั้นจะอยู่ในหินที่รูปทรงไม่แน่นอน

ภูมิศาสตร์โลก ความหมายคืออะไร

Posted on

   ภูมิศาสตร์ (Geography) มีความหมายมาจากภาษากรีกมากจากคำว่า Geographia ซึ่งแปลว่า บันทึกเรื่องของโลก กล่าวถึง ผู้คนที่อยู่อาศัย ที่อยู่ สถานที่ต่างๆ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและโลกรวมถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นกับโลกและผู้คน ภูมิศาสตรแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ภูมิศาสตร์ทางกายภาพ และ ภูมิศาสตร์ด้านมนุษย์ ภูมิศาสตร์มีอะไรบ้าง มีความสำคัญอย่างไรต่อการดำรงชีวิตมนุษย์ภูมิศาสตร์โลกจึงถูกแบ่งออกดังนี้

ดาวเคราะห์โลก วิชาภูมิศาสตร์จะบอกว่าโลกเคลื่อนที่ในอวกาศได้อย่างไร จึงทำให้เกิดกลางวันและกลางคืน และฤดูกาลรวมทั้งวิธีการดำรงชีพของชืพและสัตว์โดยอาศัยพลังงานจากดวงอาทิตย์

สภาพภูมิศาสตร์ นักภูมิศาสตร์ได้ศึกษาถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศพร้อมทั้งบันทึกผลเอาไว้ ซึ่งนำไปใช้พยากรณ์อากาศได้และศึกษาว่าสภาพภูมิศาสตร์มีผลต่อการดำรงชีพของสัตว์และพืชอย่างไร

น้ำใสหินสวย น้ำเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต น้ำมีอยู่ในอากาศและรอบตัวและเป็นส่วนที่ห่อหุ้มโลกไว้ มหาสมุทรเป็นตัวกำหนดของรูปลักษณ์หินตามธรรมชาติ ส่วนแม่น้ำเป็นตัวกำหนดรูปลักษณ์ของพื้นผิวโลก การศึกษามหาสมุทรและภูมิทัศน์ช่วยทำให้เราเข้าใจว่า โลกมีพัฒนาการอย่างไรและมีวิธีใดบ้างที่เราจะใช้ประโยชน์จากธรรมชาติให้ดีกว่าอดีตที่ผ่านมา

ผู้คนบนโลก นักภูมิศาสตร์เข้าใจถึงความเป็นอยู่เหมือนกันและแตกต่างกันของผู้คนบนโลก และยังบอกได้อีกว่าประชาชนในแต่ละท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรและในสังคมที่แตกต่างกันนั้นจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร

การตั้งถิ่นฐาน ภูมิศาสตร์บอกถึงสถานที่ที่มนุษย์อาศัยอยู่ และทำไมพวกเขาถึงต้องอาศัยอยู่ที่นั้น ชุมชนขยายตัวได้อย่างไร หมู่บ้านและเมืองใหญ่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ดังนั้นแล้วภูมิศาสตร์จึงเป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตของทุกสิ่งบนโลก