ความรู้ทางภูมิศาสตร์

ภูมิประเทศเขาพระวิหาร

Posted on

พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก ลาดเอียงไปทางทิศเหนือกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง เนินเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200-500 เมตร เป็นแหล่งต้นน้ำของลำห้วยลำธารต่าง ๆ ได้แก่ ห้วยตามาเรีย ห้วยตานี ห้วยตาเงิด ห้วยตุง ห้วยตะแอก และห้วยบอน เป็นต้น

พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระวิหาร ป่าฝั่งลำโดมใหญ่ ท้องที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ป่าไม้ชายแดนให้เป็นพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ ห้ามเข้าไปและอาศัยอยู่โดยเด็ดขาด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังคงความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่มาก มีทัศนียภาพที่สวยงาม ตลอดจนโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และกรมป่าไม้กำหนดและประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารมีทัศนียภาพและทิวทัศน์ที่สวยงามอยู่หลายแห่ง เช่น จุดชมวิวผามออีแดง จุดชมวิวหน้าผาช่องโพย บริเวณป่าและสวนหินรอบสระตราว ถ้ำฤๅษี แหล่งตัดหิน สถูปคู่ ภาพสลักนูนต่ำใต้ผามออีแดง น้ำตกผาช่องโพย จุดชมวิว ภูเซี่ยงหม้อ ปราสาทโดนตวล และที่สำคัญคือ ปราสาทเขาพระวิหาร อันเป็นโบราณสถานสำคัญเก่าแก่ ที่เคยเป็นกรณีพิพาทระหว่างไทยกับประเทศกัมพูชา เมื่อพ.ศ. 2505 และในที่สุดศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ได้ตัดสินให้ตัวปราสาทอยู่ในอธิปไตยของประเทศกัมพูชา แต่ถนนและบันไดทางขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ทางฝั่งไทย และพื้นที่ทางขึ้นบริเวณผามออีแดงที่จังหวัดศรีสะเกษเป็นทางขึ้นที่สะดวกที่สุด

 

 

เทือกเขาตะนาวศรี

Posted on

เทือกเขาตะนาวศรีเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ของเทือกเขาซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศพม่ากับประเทศไทย และลากยาวผ่านคอคอดกระลงไปจนถึงคาบสมุทรมลายู ยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาตะนาวศรี ชาวพม่าเรียกว่า บีล็อกตองทางใต้ของเส้นขนานที่ 16 เทือกเขาฉานได้แยกออกเป็นแนวเทือกเขาสูงชั้นขนาบข้างแคบ ๆ ซึ่งทอดลงไปทางใต้ตามคอคอดกระ แนวเทือกเขาที่อยู่ทางตะวันตกสุดนั้นถูกตัดจากชายฝั่งตะนาวศรีโดยรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ ส่วนทางตะวันออกของเทือกเขาตะนาวศรีนั้นเป็นหุบเขาสาละวินและคเยงไปทางตะวันออก ด้านประเทศไทย เทือกเขานี้มีแม่น้ำแควใหญ่และแควน้อยไหลตัดผ่าน ในบริเวณนี้ มีลักษณะเป็นแนวลาดเขาเล็ก ๆ สลับหุบเขาแคบ ๆ ซึ่งมักจะกว้างเพียงราว 2 กิโลเมตร และถัดออกไปทางตะวันออกอีกนั้นมีเพียงลาดเขาโดด ๆ อันเป็นจุดที่เทือกเขาตะนาวศรีสิ้นสุดลงในที่ราบลุ่มภาคกลางของประเทศไทยระดับความสูงเฉลี่ยของเทือกเขาตะนาวศรีในฝั่งพม่าจะสูงกว่าฝั่งไทย โดยมียอดเขาหลายยอดที่สูงถึง 1,000 เมตร ขณะที่ฝั่งไทย ยอดเขาสูงสุดสามารถวัดได้ราว 800 เมตรจุดสูงที่สุดในเทือกเขาตะนาวศรีนั้นอยู่ในเทือกเขาบีล็อกตอง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งสูงที่สุดที่ 2,231 เมตร แนวเทือกเขาที่ลากต่อลงไปทางใต้ของเทือกเขาบีล็อกตองนั้นจะไปบรรจบกับปลายสุดด้านเหนือของคอคอดกระ งานวิจัยทางธรณีวิทยาล่าสุดกล่าวถึงส่วนใต้สุดของเทือกเขาตะนาวศรีในพื้นที่คอคอดว่า  เทือกเขาภูเก็ต เทือกเขานครศรีธรรมราช และ เทือกเขาสันกาลาคีรี อย่างไรก็ตาม ชื่อเหล่านี้จะไม่พบปรากฏอยู่ในหลักฐานธรณีวิทยาสมัยเก่า

ภูมิศาสตร์ที่ราบสูงโคราช

Posted on

ราบสูงโคราชคือที่ราบสูงที่มีพื้นที่ครอบคลุมส่วนใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ชื่อของที่ราบสูงโคราชนี้มีที่มาจากชื่อของจังหวัดนครราชสีมาหรือโคราชซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในบนที่ราบสูงนี้

ความสูงเฉลี่ยของพื้นที่อยู่ที่ 200 เมตร ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 155,000 ตารางกิโลเมตร มีรูปร่างของที่ราบสูงเหมือนสนามฟุตบอลที่วางตัวตามยาวในแนวทิศตะวันออกเฉียงใต้ , มีแม่น้ำมูล และ แม่น้ำชี, เป็นสายย่อยแม่น้ำโขงแม่น้ำโขง, อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่ ที่ราบสูงโคราชแยกออกจากภาคกลางประเทศไทยโดยแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ และ ทิวเขาสันกำแพงและทางทิศใต้มีเทือกเขาดงพญาเย็นกั้น; และมีเทือกเขาพนมดงรักกั้นกัมพูชา ทางทิศใต้, นอกจากแนวเทือกเขารอบที่ราบแล้ว ยังมี Truong Son Cordilliera ซึ่งเป็นลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่นำฝนเข้ามา และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ทำให้พื้นที่มีความรุนแรง(ของมรสุม)ต่ำกว่าพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งปริมาณน้ำฝนปกติของนครราชสีมาอยู่ที่ประมาณ ในขณะที่ตอนกลางของประเทศอยู่ที่ 1500 mm ความแตกต่างระหว่างอากาศร้อนและฝนแตกต่างกันมากส่งผลให้พื้นที่นี้มีการปลูกข้าวข้าวน้อย ตัวอย่างเช่น ทุ่งกุลาร้องไห้ที่ราบสูงที่นี้ประกอบด้วยส่วนที่หลงเหลือของแผ่นทวีปซุเมเรียนและแผ่นฉาน-ไทย oxisol เป็น rhodic ferralsols ตัวอย่างเช่นดินบริเวณจังหวัดยโสธร ลักษณะสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือแทบทั้งหมดถูกปิดทับด้วยกลุ่มหินโคราชKhorat Group ในยุคมีโซโซอิก Mesozoic และกลุ่มหินที่อ่อนกว่าคือกลุ่มหินมหาสารคามและภูทอก และมีกลุ่มหินที่แก่กว่ายุคพาลีโอโซอิก โผล่ตามขอบด้านตะวันตก และยังมีหินภูเขาไฟยุคเทอร์เชียรี ซึ่งมีอายุอ่อน กว่าปิดทับอยู่บางบริเวณทางตอนใต้ของที่ราบสูงนี้

แผนที่

Posted on

แผนที่ เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อแสดงลักษณะที่ตั้งของสิ่งต่างๆที่อยู่บนพื้นผิวโลก โดยการย่อส่วน กับใช้สัญลักษณ์แทนสิ่งต่างๆลงในวัสดุพื้นแบนราบ     แผนที่เป็นที่รวบรวมข้อมูลประเภทต่างๆตามชนิดของแผนที่ จึงสามารถใช้ประโยชน์จากแผนที่ได้ตามวัตถุประสงค์ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเห็นพื้นที่จริง แผนที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรู้สิ่งที่ปรากฏอยู่บนพื้นโลกได้อย่างกว้างไกล ถูกต้อง และประหยัด

ชนิดของแผนที่ แบ่งตามการใช้งาน ได้ 3 ชนิด ได้แก่

  1. แผนที่ภูมิประเทศ เป็นแผนที่แสดงความสูงต่ำของพื้นผิวโลก โดยใช้เส้นชั้นความสูงบอกค่าความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง แผนที่ชนิดนี้เป็นพื้นฐานที่จะนำไปทำข้อมูลอื่นๆเกี่ยวกับแผนที่
  2. แผนที่เฉพาะเรื่อง เป็นแผนที่ที่แสดงลักษณะใดลักษณะหนึ่งโดยเฉพาะ ได้แก่ แผนที่รัฐกิจแสดงเขตการปกครองหรืออาณาเขต แผนที่ แสดงอุณหภูมิของอากาศ แผนที่แสดงปริมาณน้ำฝน แผนที่แสดงการกระจายตัวของประชากร แผนที่เศรษฐกิจ แผนที่ประวัติศาสตร์ เป็นต้น
  3. แผนที่เล่ม เป็นแผนที่ที่รวบรวมเรื่องต่างๆ ทั้งลักษณะทางกายภาพ ทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางด้านประชากร และอื่นๆไว้ในเล่มเดียวกัน

องค์ประกอบของแผนที่

– สัญลักษณ์

– มาตราส่วน

– ระบบอ้างอิงในแผนที่ ได้แก่ เส้นขนานละติจูด และเส้น เมริเดียน

– พิกัดภูมิศาสตร์เป็นตำแหน่งที่ตั้งของจุดต่างๆ เกิดจากการตัดกันของเส้นขนานละติจูดและเส้น

เมริเดียน

ประโยชน์ของแผนที่

–  ช่วยให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับพื้นผิวโลก เพราะแผนที่ได้จำลองลักษณะของพื้นผิวโลกไว้

–  ประโยชน์ในการศึกษาด้านต่างๆเช่น ลักษณะภูมิประเทศ ด้านธรณีวิทยา สมุทรศาสตร์

และการประมง ด้านทรัพยากรน้ำ ด้านป่าไม้ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการวางผังเมือง